รพ.มหาสารคาม ต้อนรับคณะตรวจประเมินสถานพยาบาลในดวงใจ จากสำนักงานประกันสังคม

(30-7-2563)  นายแพทย์อุดม ภู่วโรดม สาธารณสุขนิเทศ เขตสุขภาพที่ 7   พร้อมด้วยนายแพทย์ภาคภูมิ มโนสิทธิศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาสารคาม และคณะบุคลากร  ร่วมต้อนรับนายแพทย์สนธยา พรึงลำภู  ที่ปรึกษาทางการแพทย์ สำนักงานประกันสังคม  และคณะตรวจประเมินสถานพยาบาลในดวงใจ  ซึ่งการตรวจประเมินครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อรับการประเมินเป็นโรงพยาบาลในดวงใน ประจำปี 2563 โดยคณะผู้ตรวจประเมินได้เข้ารับฟังการนำเสนอผลการดำเนินงานและตรวจเยี่ยมหน่วยงานบริการต่างๆ หอผู้ป่วยใน พร้อมทั้งเข้าเยี่ยมผู้ประกันตนที่เข้ารับการรักษา พร้อมสอบถามความพึงพอใจจากผู้ประกันตนที่มาใช้บริการ โรงพยาบาลมหาสารคาม

 

รพ.มหาสารคาม รับมอบ “น้องกระติ๊บ” หุ่นยนต์ส่งของและฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตร้าไวโอเลต  หุ่นยนต์ตรวจวัดอุณหภูมิ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ จาก มมส.

รพ.มหาสารคาม รับมอบ “น้องกระติ๊บ” หุ่นยนต์ส่งของและฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตร้าไวโอเลต  หุ่นยนต์ตรวจวัดอุณหภูมิ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ จาก ม.มหาสารคาม เพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และลดการสัมผัสโดยตรงในกลุ่มผู้มีความเสี่ยงหรือผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ที่ห้องประชุมจัมปาศรี  ชั้น 4 อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลมหาสารคาม รับมอบ “น้องกระติ๊บ” หุ่นยนต์ส่งของและฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตร้าไวโอเลต (Delivery and  UV sterilization Robot) หุ่นยนต์คัดกรองอัจฉริยะตรวจวัดอุณหภูมิบุคคล และอุปกรณ์อุปกรณ์เสริมควบคุมระยะไกล สำหรับเครื่องห้สารละลายทางหลอดเลือด หรือ Infusion Pump  ซึ่งออกแบบจะจัดสร้างโดย คณาจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  โดยมีนายแพทย์ภาคภูมิ  มโนสิทธิ์ศักดิ์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาล พร้อมคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาล ร่วมกันรับมอบ

รองศาสตราจารย์ ดร. เกียรติศักดิ์ ศรีประทีป คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยว่า จากกรณีสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จึงได้ออกแบบและสร้างหุ่นยนต์ “น้องกระติ๊บ”  เพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ ในการช่วยส่งของเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ โดยขนาดของตัวหุ่นกว้าง 330 ยาว 360 สูง 1510 มิลลิเมตร มีการเคลื่อนที่โดยใช้ล้อ ปรับความเร็วในการเคลื่อนที่ได้โดยมีความเร็วสูงสุด 20 เซนติเมตรต่อวินาที เคลื่อนที่ผ่านพื้นที่ต่างระดับความสูงไม่เกิน 10 มิลลิเมตร มีการควบคุมและมองภาพไร้สายระยะไกลผ่านรีโมทระยะไม่น้อยกว่า 500 เมตร มีจอแสดงภาพด้านหน้าของหุ่นยนต์ส่งสัญญาณไร้สายมาที่ผู้บังคับ มีถาดสําหรับส่งอาหารและยา สามารถจับรถเข็นขนาด 40 x30 cm สำหรับลําเลียงสิ่งของเช่น เสื้อผ้า ของใช้ พร้อมทั้งมีหลอด UVC ใช้สําหรับฆ่าเชื้อโรค ในรถเข็น สิ่งของรัศมี 1.5 เมตร หรือตัวหุ่นยนต์ (หลอด UV 40W จํานวน 2 หลอด) ตลอดจนสามารถสื่อสารพูดคุยทางไกลได้ผ่านแท็ปเล็ต  นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้มอบหุ่นยนต์ตรวจวัดอุณหภูมิ และอุปกรณ์ Central Monitoring โดยหวังว่า ในสถานการณ์เฝ้าระวังการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 “น้องกระติ๊บ”และอุปกรณ์ทางการแพทย์ดังกล่าว จะได้ช่วยแบ่งเบาภาระของแพทย์ พยาบาล เลี่ยงการติดเชื้อ และทำให้การปฏิบัติกับผู้ป่วยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ด้าน นายแพทย์ภาคภูมิ  มโนสิทธิ์ศักดิ์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาล กล่าวว่า “น้องกระติ๊บ” ถือเป็นนวัตกรรมหุ่นยนต์ที่ผลิตมาเพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการช่วยดูแลผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจและผู้ป่วยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19)  เพราะเป็นหุ่นยนต์ที่สามารถสั่งการบังคับไร้สาย ผ่านรีโมทคอนโทรล บุคลากรทางการแพทย์สามารถตรวจรักษาและดูแลผู้ป่วยได้ในระยะไกล โดยมองภาพผ่านกล้อง สามารถส่งอาหาร ส่งยา หรือเข็นรถเข็นเพื่อส่งของใช้ในชีวิตประจำวันให้ผู้ติดเชื้อหรือผู้เฝ้าระวัง ช่วยลดการติดต่อสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง และที่สำคัญ คือ มีระบบฆ่าเชื้อตัวเองและสิ่งของรอบข้างด้วยรังสี UV ช่วยป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัส และลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อภายในโรงพยาบาลได้อีกด้วย

รพ.มหาสารคาม รับมอบอุปกรณ์สร้างแรงดันลบสำหรับห้องผู้ป่วย 3 ชุด  และชุดเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ 2 ชุด   มูลค่ารวมกว่า  300,000 บาท

ห้างหุ้นส่วนจำกัด แสงตาวันลิสซิ่ง  ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซ้งเกษตรยนต์   บริษัท นิวมอเตอร์ไบค์ จำกัด  บริษัท อภิโชคอนันต์ไบค์ จำกัด  บริษัท แสงตะวันมอเตอร์ไบค์ จำกัด  บริจาคอุปกรณ์สร้างแรงดันลบสำหรับห้องผู้ป่วย 3 ชุด  และชุดเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ 2 ชุด   มูลค่ารวมกว่า  300,000 บาท

 

 

(12-6-2563) นายแพทย์ภาคภูมิ มโนสิทธิศักดิ์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาสารคาม   รับมอบ อุปกรณ์สร้างแรงดันลบสำหรับห้องผู้ป่วย 3 ชุด  และชุดเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ 2 ชุด  มูลค่ารวมกว่า  300,000 บาท จาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด แสงตาวันลิสซิ่ง  ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซ้งเกษตรยนต์   บริษัท นิวมอเตอร์ไบค์ จำกัด บริษัท อภิโชคอนันต์ไบค์ จำกัด  บริษัท แสงตะวันมอเตอร์ไบค์ จำกัด   เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลมหาสารคาม

 

 

ผู้อำนวยการ รพ.มหาสารคาม ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

(3-6-2563) ที่หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดมหาสารคาม นายแพทย์ภาคภูมิ มโนสิทธิศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาสารคาม เข้าพิธีเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยมีนายเกียรติศักดิ์ จันทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมประกอบ พิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล พิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชพระพุทธกันทรวิชัยอภิสมัยธรรมนายก เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ์ พระบรมราชินี

 

รพ.มหาสารคาม ซ้อมแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19  เข้าห้องผ่าตัด

(12-5-2563)  หน่วยงานห้องผ่าตัด ศูนย์เคลื่อนย้ายผู้ป่วย โรงพยาบาลมหาสารคาม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันฝึกซ้อมแผนกรณีเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยได้จำลองเหตุการณ์ เคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่กำลังคลอดและมีภาวะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากห้อง Airborne Infection Isolation Room หรือ ห้องแยกโรคติดเชื้อความดันลบ ไปยังห้องผ่าตัด โดยใช้ชุดเต็นท์แคปซูลความดันลบ  เพื่อให้​เจ้าหน้าที่มีความพร้อมรับมือกับสถานการณ์​​ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และร่วมกันหาแนวทางการปฏิบัติ ให้เกิดความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจแก่ผู้มารับบริการ

 

 

 

กอ.รมน. จังหวัดมหาสารคาม  มอบ “ตู้อบฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวี” ให้กับ รพ.มหาสารคาม

(1-5-2563)  นายแพทย์ภาคภูมิ มโนสิทธิศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาสารคามพร้อมด้วยคณะผู้บริหาร  ร่วมรับมอบ ตู้อบฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวี จาก กอ.รมน. จังหวัดมหาสารคาม โดยมี พ.อ.กิตติศักดิ์ ดวงกลาง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ม.ค.(ท.)  เป็นผู้มอบ ซึ่งกองทัพภาคที่ 2  ได้รับ “ตู้อบฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวี” จาก พล.ต.ภาณุพงศ์ สุวัณณุสส์ ผู้บัญชาการโรงเรียนฝีมือช่างทหาร จำนวน 2 ตู้เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ลดผลกระทบต่อประชาชน เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศในภาพรวม จึงนำมามอบให้กับ รพมหาสารคาม เพื่อใช้ในการอบฆ่าเชื้อเครื่องมือต่างๆ ในการป้องกันเชื้อโรคของบุคลากรทางการแพทย์ ในการปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และประเทศชาติต่อไป

รพ.มหาสารคาม เสริมศักยภาพ เตรียมความพร้อมรับมือโควิด-19

 

นายแพทย์ภาคภูมิ มโนสิทธิศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาสารคาม พร้อมด้วยบุคลากรร่วมศึกษาวิธีการใช้งาน ชุดเต็นท์แคปซูลความดันลบ เพื่อใช้สำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ติดเชื้อโรคทางเดินหายใจ  ซึ่งชุดเต็นท์แคปซูลความดันลบ สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่สงสัย หรือผู้ป่วยติดเชื้อโรคที่สามารถแพร่กระจายเชื้อทางระบบทางเดินหายใจหรือทางอากาศ เช่น ไข้หวัดนก, ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009, SARS, โควิด-19 เป็นต้น  รวมถึงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อจากที่หนึ่งไปรักษายังอีกที่หนึ่งทางรถเข็นหรือเคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยรถพยาบาล ซึ่งโรงพยาบาลมหาสารคามได้จัดซื้อจำนวน 2 ชุด  เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการป้องกันการติดเชื้อจากผู้ป่วย ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

รพ.มหาสารคาม จัดรณรงค์วันการได้ยินโลก World Hearing Day  2020 “ไปให้สุด อย่าหยุดเพียงแค่ไม่ได้ยิน”

รพ.มหาสารคาม จัดรณรงค์วันการได้ยินโลก World Hearing Day  2020 “ไปให้สุด อย่าหยุดเพียงแค่ไม่ได้ยิน” ตรวจการได้ยินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ป้องกันและรักษาปัญหาทางการได้ยินหรือทำให้ประสาทหูเสื่อม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต

ที่ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองสามัคคี เครือข่ายโรงพยาบาลมหาสารคาม  นายแพทย์ภาคภูมิ  มโนสิทธิศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาสารคาม เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์วันการได้ยินโลก World Hearing Day  2020 “ไปให้สุด อย่าหยุดเพียงแค่ไม่ได้ยิน” เพื่อให้บริการประชาชนที่มีปัญหาด้านการได้ยินในเขตชุมชนเมืองมหาสารคาม และลดความแออัดในการให้บริการที่ห้องตรวจหู คอ จมูก ในโรงพยาบาลมหาสารคาม ซึ่งจะทำให้ประชาชนในชุมชนสามารถเข้าถึงบริการได้มากยิ่งขึ้น  โดยมีกิจกรรมประกอบด้วย การตรวจคัดกรองทาง หู คอ จมูก ,ตรวจการได้ยิน ,การให้ความรู้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  ให้บริการประชาชนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย การจัดนิทรรศการ และการถาม ตอบปัญหาต่าง ๆ โดยมีประชาชนและผู้สูงอายุ ตลอดจนบุคลากรที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมจำนวนกว่า 120 คน

นายแพทย์ภาคภูมิ  มโนสิทธิศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาสารคาม  เปิดเผยว่า วันที่ 3 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันการได้ยินโลก ซึ่งปัญหาการสูญการได้ยินเป็นปัญหาสำคัญ ด้านสาธารณสุข ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในทุกช่วงวัย นานาประเทศร่วมกันรณรงค์ เรื่องการฟังอย่างปลอดภัย (Make listening safe) ในประเทศที่กำลังพัฒนามีจำนวนผู้ป่วยที่สูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว ประเทศไทยมีผู้ป่วยและผู้พิการทางการได้ยินสูงเป็นอันดับสองของผู้พิการทั้งหมด โดยเฉพาะประเทศไทยที่เข้าสู่ภาวะผู้สูงวัย ทำให้อัตราผู้ที่มีปัญหาการได้ยินสูงมากขึ้น ส่งผลกระทบในทุก ๆ ด้าน เช่น การได้ยิน การสื่อสาร การแยกตัวออกจากสังคม ซึมเศร้า โรคหลงลืม และสมองเสื่อม  มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

ในเด็กทารกที่มีปัญหาการได้ยิน จะกระทบพัฒนาการด้านภาษา การสื่อสาร การเรียนรู้ การเข้าสู่สังคม และขาดโอกาสต่างๆในชีวิต  ในวัยรุ่นและวัยทำงานที่อยู่ในสถานที่มีเสียงดังมาก การฟังเพลง การเล่นเกมส์ โดยใช้หูฟังนานส่งผลให้เกิดการสูญเสียการได้ยินจากเสียงที่ดัง .ในส่วนผู้สูงอายุที่ไม่สามารถได้ยินได้ชัด อาจนำมาซึ่งปัญหาการสื่อสารกับบุคคลรอบข้าง เพื่อนฝูง และบุคคลในครอบครัว ผู้สูงอายุบางราย อาจปลีกตัว หลีกเลี่ยงการออกไปพบปะเพื่อนฝูง เพราะการพบปะผู้คนภายนอก จะทำให้ปัญหาการสื่อสารทวีความรุนแรงขึ้นมากได้

สำหรับประเทศไทยมีประชาชนเป็นโรคประสาทหูเสื่อมถึงร้อยละ 15 (ประมาณ ๙ล้านคน) นับเป็นปัญหาใหญ่ในการแก้ไขฟื้นฟูความบกพร่องทางการได้ยิน ซึ่งใช้งบประมาณสูงมาก  ดังนั้นการส่งเสริมให้ประชาชนได้ดูแลสุขภาพ ป้องกันการสูญเสียการได้ยิน และการสร้างเสริมสุขภาพที่ดี ชะลอการเกิดโรคประสาทหูเสื่อม และเร่งฟื้นฟูการได้ยิน  ให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพเป็นปกติสุขต่อไป

ด้านแพทย์หญิง ญาณพันธุ์ ถายา  หัวหน้ากลุ่มงาน โสต ศอ นาสิก  กล่าวว่า ปัจจุบันสิ่งแวดล้อมรอบด้าน มีเสียงดังเพิ่มขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเสียงที่เกิดจากการทำงาน หรือเสียงจากสิ่งแวดล้อมในการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น เสียงเครื่องจักรกล เสียงรถวิ่ง เสียงจากงานรื่นเริงต่างๆ เป็นต้น การได้ยินเสียงดังๆในระยะเวลานานๆ มีผลทำให้มีปัญหาทางการได้ยินหรือทำให้ประสาทหูเสื่อมได้ ซึ่งจากผลดำเนินการห้องตรวจหู คอ จมูก โรงพยาบาลมหาสารคาม ย้อนหลัง 3 ปีที่ผ่านมาพบว่ายอดผู้รับบริการที่มีปัญหาด้านการได้ยิน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น  ดังนี้ ปี 2560 จำนวน 2,101 ราย ปี 2561 จำนวน 2,258  ราย ปี 2562 จำนวน 2,318  ราย

ดังนั้น กลุ่มงานโสต ศอ นาสิก จึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการได้ยิน จึงได้จัดทำโครงการขึ้น โดยผู้รับบริการในกิจกรรมครั้งนี้ จะได้รับการตรวจรักษาจากโสต ศอ นาสิก แพทย์ จำนวน 100 คน ในจำนวนนี้หากประสาทหูเสื่อมเข้าเกณฑ์ผู้พิการ จะได้ใบรับรองความพิการและได้เครื่องช่วยฟัง นับว่าเป็นภารกิจที่สำคัญและต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที จากแพทย์ผู่เชี่ยวชาญด้านหูและการได้ยิน เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามมากขึ้นไป

รพ.มหาสารคาม ร่วมกิจกรรมจิตอาสา.“เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” กำจัดวัชพืชบริเวณคลองสาธารณะ

รพ.มหาสารคาม ร่วมกิจกรรมจิตอาสา“เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” กำจัดวัชพืชบริเวณคลองสาธารณะ

(15-1-2563) นายแพทย์ประเสริฐ ศรีสารคาม รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบบริการสุขภาพ พร้ัอมคณะบุคลากร รพ.มหาสารคาม ร่วมกิจกรรมจิตอาสา .“เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” กำจัดวัชพืชบริเวณคลองสาธารณะ ณ ลำห้วยขอนสัก ต.วังยาว อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม โดยมีนายธัญญวัฒน์ ชาญพินิจ รองผวจ.มหาสารคาม เป็นประธานในพิธี

สำหรับโครงการจิตอาสา“เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” เพื่อสนองพระราชปณิธานอย่างเต็มขีดความสามารถ และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.ตามแนวทางพระราชดำริ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่า มีความสมัครสมาน สามัคคี ร่วมมือร่วมใจประกอบกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์แก่สังคม ชุมชน และประเทศชาติ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน อีกทั้งเป็นการสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาสิ่งอันเป็นสาธารณประโยชน์ต่างๆ

 

 

รพ.มหาสารคาม ร่วมกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” พัฒนาภูมิทัศน์เรือนจำจังหวัดมหาสารคาม

(8-1-2563)  ที่เรือนจำจังหวัดมหาสารคาม  แพทย์หญิงจรัญญา จุฬารี  รองผู้อำนวยการฝ่ายบริการปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาสารคาม พร้อมด้วยคณะบุคลากร ร่วมกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” พัฒนาภูมิทัศน์เรือนจำจังหวัดมหาสารคาม  โดยมีนายนราธร ศรประสิทธิ์ ปลัดจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานเปิดกรวยกระทงดอกไม้ ถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เราทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” เพื่อสนองพระราชปณิธานอย่างเต็มขีดความสามารถ และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่า มีความสมัครสมาน สามัคคี ร่วมมือร่วมใจประกอบกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์แก่สังคม ชุมชน และประเทศชาติ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน อีกทั้งเป็นการสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาสิ่งอันเป็นสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ